บทช่วยสอน

วิธีดู Analytics ใน Mydrop เพื่อจับแนวโน้มประสิทธิภาพ

คู่มือ Mydrop ฉบับง่าย ดู Analytics จับแนวโน้มประสิทธิภาพ พร้อมวิธีตั้งค่า ประโยชน์ที่ได้ และข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

12 min read

อัปเดต: May 28, 2026

แดชบอร์ด Mydrop

พอคุณอ่านคู่มือนี้จบ คุณจะเปรียบเทียบโปรไฟล์ที่เชื่อมต่อไว้ได้ เลือกช่วงวันที่และ preset ต่างๆ ได้สบายๆ และเห็นแนวโน้มประสิทธิภาพชัดเจนใน Mydrop เพื่อตัดสินใจว่าจะปรับปรุงอะไรต่อ

คุณเปิด Analytics จากเมนูแอปเลย พอโหลดเสร็จจะเห็นโปรไฟล์เริ่มต้นและช่วงวันที่ตั้งต้นไว้ คู่มือนี้ถือว่าคุณคลิก Analytics ในเมนูแอปด้านซ้ายหรือด้านบนได้แล้วนะ

เราจะให้แต่ละขั้นตอนสั้นและตรงจุด เป้าหมายคือมุมมองเปรียบเทียบของโปรไฟล์ที่เลือก โดยแสดงกราฟและตารางตามช่วงวันที่และ preset ที่คุณเลือก พร้อมสัญญาณชัดๆ ว่า engagement เด้งขึ้นหรือดิ่งลง และโพสต์ไหนคือตัวท็อป

ก่อนเริ่มต้น

เช็กก่อนเลย: โปรไฟล์ที่ต้องการเปรียบเทียบเชื่อมต่อแล้วและมีข้อมูลล่าสุด

  1. ดูว่าโปรไฟล์โซเชียลที่คุณอยากเทียบปรากฏใน Mydrop และแสดงกิจกรรมล่าสุดหรือเปล่า
  2. ถ้าโปรไฟล์ไม่มีโพสต์ล่าสุดหรือข้อมูล analytics ว่างเปล่า จะดูแนวโน้มไม่ได้ ให้เลือกโปรไฟล์ที่มีข้อมูลในช่วงวันที่คุณตั้งใจใช้

กำหนดช่วงวันที่ที่จะใช้เปรียบเทียบ

  1. ตัดสินใจก่อนว่าจะใช้ preset (7 วันล่าสุด, 30 วัน, 90 วัน) หรือกำหนดช่วงเอง
  2. ให้ช่วงเวลาตรงกับการตัดสินใจ: อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงสั้นๆ ใช้ 7 วัน; ดูแนวโน้มแคมเปญหรือฤดูกาลใช้ 30 หรือ 90 วัน

ตั้งโฟกัสการตัดสินใจไว้สักหนึ่งอย่าง

  1. เลือกผลลัพธ์หนึ่งอย่างเพื่อนำทาง: engagement (ไลค์, คอมเมนต์), reach/impressions, หรือท็อปโพสต์
  2. โฟกัสเดียวช่วยให้คุณเลือก preset และตัวกรองได้ตรงจุด ไม่รก

เตรียมตัวกรอง และ preset ให้พร้อม

  1. จดตัวกรองที่คุณต้องใช้: ช่องทาง, แคมเปญ, หรือประเภทโพสต์
  2. ตัดสินใจว่าจะใช้ preset สำหรับเมตริก (เช่น มุมมอง Engagement หรือ Reach) ตอนตรวจสอบจะได้สลับไว

เช็กสิทธิ์ด่วน

  1. ดูว่าบัญชี Mydrop ของคุณเข้าถึง Analytics และโปรไฟล์ใน workspace ที่คุณจะเทียบได้หรือเปล่า
  2. ถ้าเลือกโปรไฟล์ไม่ได้ ให้ตรวจสอบบทบาทใน workspace หรือขอสิทธิ์จากแอดมิน

สรุปเช็กลิสต์

  • มีโปรไฟล์ที่เชื่อมต่ออย่างน้อยสองโปรไฟล์ และมีข้อมูลล่าสุด
  • เลือกช่วงวันที่หรือ preset ไว้แล้ว (7/30/90 วัน หรือกำหนดเอง)
  • มีจุดโฟกัสการตัดสินใจชัด: engagement, reach, หรือท็อปโพสต์
  • จดตัวกรองที่ต้องใช้ไว้ (ช่องทาง, แคมเปญ)
  • มีสิทธิ์ดู Analytics และโปรไฟล์

ทำไมต้องเช็กพวกนี้

  • เทียบโปรไฟล์ที่ไม่มีข้อมูลจะได้กราฟเปล่า
  • ช่วงวันที่ไม่ตรงกันจะซ่อนแนวโน้มจริงหรือทำให้เทียบผิด
  • ตัวกรองช่วยให้การเปรียบเทียบตรงประเด็นกับแคมเปญ, ช่องทาง, หรือประเภทโพสต์ที่คุณสนใจ

พอเช็กลิสต์เรียบร้อย ก็ไปที่ Analytics พร้อมโปรไฟล์และช่วงวันที่ที่คุณเลือกไว้ ขั้นตอนต่อไปจะบอกว่าคลิกตรงไหนเพื่อเลือกโปรไฟล์, เลือก preset, สลับมุมมอง, และอ่านกราฟกับรายการท็อปโพสต์เพื่อหาโอกาสปรับปรุง

ส่วนนี้จะพาคุณเปิด Analytics และตั้งค่าพื้นฐาน: เลือกโปรไฟล์ที่เชื่อมต่อ, เลือกช่วงวันที่หรือ preset, แล้วใช้ตัวกรองหลักให้กราฟและตารางอัปเดต จนเห็นแนวโน้มประสิทธิภาพ

ขั้นตอนที่ 1: เปิดฟีเจอร์

  1. คลิก Analytics จากเมนูเลย
  2. รอดูหน้าหลักโหลด คุณจะเห็นโปรไฟล์เริ่มต้นหรือโปรไฟล์ล่าสุด, ช่วงวันที่ปรากฏด้านบน, พร้อมกราฟและรายการ
  3. เช็กว่าช่วงวันที่เริ่มต้นแสดงอยู่ (อาจเป็น 30 วันที่ผ่านมา หรือวันเริ่ม-สิ้นสุด) นี่คือช่วงที่กราฟใช้จนกว่าคุณจะเปลี่ยน
  4. มองหาตัวเลือกโปรไฟล์หรือชื่อโปรไฟล์ใกล้ด้านบน จดว่าเป็นโปรไฟล์เดียวหรือหลายตัวที่รอเทียบ
  5. ลองดูว่าคุณใช้ปุ่มด้านบนได้เลยไหม: เลือกโปรไฟล์, ปรับวันที่, ตัวกรอง (ช่องทาง/แคมเปญ) ถ้าปุ่มไหนกดไม่ได้ ให้เช็กแถบเครื่องมือหรือสิทธิ์บัญชีก่อน

หลังจากทำขั้นตอน 1 คุณควรเห็น:

  • พื้นที่กราฟและตารางหรือรายการโพสต์ล่าสุดอย่างน้อย 1 รายการ
  • ตัวเลือกโปรไฟล์และปุ่มกำหนดช่วงวันที่
  • ค่าตัวเลขสำหรับโปรไฟล์เริ่มต้นและช่วงวันที่นั้น เช่น engagement รวม หรือค่า reach ประมาณ

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าพื้นฐาน

เช็กด่วนก่อน

  • มีโปรไฟล์ที่เชื่อมต่อแล้วอย่างน้อย 1 โปรไฟล์แสดงอยู่
  • เลือกช่วงวันที่หรือ preset ที่ต้องการแล้ว (เช่น 30 วันที่ผ่านมา)
  • ระบุตัวกรองหลักที่คุณต้องการ (ช่องทาง, แคมเปญ)
  1. เปิดตัวเลือกโปรไฟล์

    • คลิกชื่อโปรไฟล์หรือไอคอนด้านบนของ Analytics
    • ในนั้น คลิกเพิ่มโปรไฟล์ที่เชื่อมต่อไว้เพื่อเทียบ ทำซ้ำจนครบ
    • กราฟหลักจะอัปเดตตามเมื่อคุณเพิ่ม ถ้าไม่อัปเดต เช็กว่าแต่ละโปรไฟล์เชื่อมต่อและมีข้อมูลล่าสุดหรือไม่
  2. เลือกช่วงวันที่แบบ preset หรือกำหนดเอง

    • คลิกปุ่มช่วงวันที่ด้านบน
    • สำหรับการเปรียบเทียบเร็ว เลือก preset เช่น 7 วัน, 30 วัน, หรือ 90 วันที่ผ่านมา
    • หากต้องการช่วงเฉพาะ เลือกกำหนดเอง แล้วใส่วันเริ่มและวันสิ้นสุด
    • พอเลือกแล้ว ช่วงวันที่จะขึ้นที่หัวข้อ และกราฟกับตารางจะรีเฟรชตามช่วงใหม่
  3. ใช้ตัวกรองหลักถ้าจำเป็น

    • หาปุ่มตัวกรองที่ระบุว่า ช่องทาง, แคมเปญ, หรือคล้ายกัน
    • เลือกช่องทางเพื่อจำกัดมุมมองไว้แค่แพลตฟอร์มนั้น
    • หรือเลือกแคมเปญเพื่อดูเฉพาะชุดแคมเปญ
    • กด Apply, Update, หรือ Done เพื่อยืนยันตัวกรอง แล้วหน้าหลักจะอัปเดต
  4. เช็กว่าโหมดเปรียบเทียบหรือ preset ทำงาน

    • ถ้า Analytics มีปุ่มเปรียบเทียบโปรไฟล์ หรืออะไรทำนองนั้น ให้เปิดเลย
    • ดูว่ากราฟแสดงเส้นเทียบข้างกันหรือแผงแยกสำหรับแต่ละโปรไฟล์
    • ต้องมีป้ายกำกับหรือป้ายบอกโปรไฟล์บนกราฟ ให้คุณแยกออกว่าเส้น/สีไหนของใคร
  5. สลับมุมมองเมตริกให้ตรงกับโฟกัส

    • หาตัวเลือกเมตริก เช่น engagement, reach, หรือ posts
    • เลือกเมตริกที่คุณสนใจ (engagement ดูปฏิสัมพันธ์, reach ดูการมองเห็น)
    • ถ้ามีตัวเลือกแจกแจงแบบ ต่อโพสต์ หรือ ต่อโปรไฟล์ ก็เลือกดูว่าแนวโน้มมาจากโพสต์ไหนหรือมาจากทั้งโปรไฟล์
  6. เช็กภาพรวมการตั้งค่า

    • หน้าหลักควรแสดงมุมมองเทียบข้างของโปรไฟล์ที่เลือก กราฟและตารางอัปเดตตามช่วงวันที่
    • ตารางควรมีรายการท็อปโพสต์, ยอดรวม, หรือค่าเฉลี่ยของแต่ละโปรไฟล์
    • สังเกตสัญญาณชัดๆ เช่น เส้นพุ่งขึ้นหรือลง, รายการท็อปโพสต์เปลี่ยน, หรือยอดรวมเปลี่ยน แปลว่าการเปรียบเทียบทำงานแล้ว
  7. เซฟหรือส่งออกมุมมองไว้ถ้าอยากเก็บ

    • ถ้ามีบันทึกมุมมอง หรือส่งออก ให้ใช้เก็บการตั้งค่าและภาพรวมข้อมูล
    • การเซฟช่วยให้คุณแชร์กับทีมหรือกลับมาดูช่วงวันที่และตัวกรองเดิมได้ทีหลัง

ก่อนไปต่อเช็กอีกที:

  • กราฟและตารางตรงกับโปรไฟล์ที่คุณเลือก
  • หัวข้อแสดงช่วงวันที่ที่คุณเลือก
  • ตัวกรองถูกใช้แล้ว และเมตริกที่แสดงตรงกับโฟกัส

ขั้นตอนพวกนี้ช่วยให้แน่ใจว่า Analytics เปิดและตั้งค่าถูกแล้ว การเปรียบเทียบและดูแนวโน้มจะให้สัญญาณชัดๆ เพื่อบอกว่าควรปรับปรุงอะไร

ผลลัพธ์: คุณจะสลับมุมมอง, เปิดเปรียบเทียบ หรือ preset, และเลือกการแจกแจงเมตริก จน Mydrop แสดงกราฟและตารางเทียบข้างที่เห็นแนวโน้มชัดเจน

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มเนื้อหาหรือการตั้งค่า

ก่อนเริ่มให้เช็ก:

  • เลือกโปรไฟล์และตั้งช่วงวันที่เรียบร้อย
  • รู้ว่าจะดูเมตริกไหนก่อน (engagement, reach, หรือ posts)
  1. สลับไปมุมมองที่คุณต้องการ

    • คลิกปุ่มมุมมอง เช่น Engagement, Reach, หรือ Posts
    • กราฟหลักและตารางจะอัปเดตตาม
    • เช็ก: ชื่อกราฟตรงกับมุมมอง และแกน y แสดงเมตริกนั้น
  2. เปิดการเทียบโปรไฟล์

    • คลิกปุ่มเปรียบเทียบ หรือติ๊กช่องเปรียบเทียบโปรไฟล์ ถ้ามี
    • เลือกโปรไฟล์ที่อยากเทียบแบบข้างกัน ใช้รายชื่อโปรไฟล์หรือชิปเพื่อเพิ่มหรือลบ
    • เช็ก: กราฟจะวาดหลายเส้นหรือคอลัมน์ หนึ่งต่อโปรไฟล์ พร้อมป้ายกำกับบอกว่าเส้นไหนของใคร
  3. ใช้ preset หรือมุมมองที่บันทึกไว้

    • เปิดเมนูพรีเซ็ตหรือมุมมอง แล้วเลือก preset เช่น 7 วัน, 30 วัน, หรือที่ตั้งชื่อไว้
    • ถ้ามีมุมมองที่บันทึกไว้ เลือกใช้ได้เลย โปรไฟล์, ช่วงวันที่, ตัวกรองจะถูกเซ็ตให้อัตโนมัติ
    • เช็ก: ตัวบอกช่วงวันที่อัปเดต และกราฟรีเฟรชทันที
  4. สลับการแจกแจงเมตริก

    • หาตัวเลือกการแจกแจงที่ระบุว่า ต่อโพสต์, ต่อโปรไฟล์, หรือตามช่องทาง
    • คลิก ต่อโพสต์ เพื่อดูผลงานแต่ละโพสต์ในตารางและกราฟ
    • คลิก ต่อโปรไฟล์ เพื่อรวมข้อมูลเป็นยอดรวมของโปรไฟล์
    • เช็ก: ตารางโพสต์ควรมีภาพขนาดย่อหรือชื่อตอน ต่อโพสต์, และแสดงยอดรวมตอน ต่อโปรไฟล์
  5. เพิ่มหรือลบตัวกรองหลัก

    • เปิดตัวกรอง แล้วเลือกช่องทาง, แคมเปญ, หรือแท็ก ถ้ามี
    • ใส่หรือล้างตัวกรองเพื่อจำกัดข้อมูลก่อนดูแนวโน้ม
    • เช็ก: ตัวกรองจะอัปเดตกราฟและรายการท็อปโพสต์ตามที่กรอง
  6. เซฟมุมมองนี้ไว้ใช้ซ้ำ

    • คลิกบันทึกมุมมอง หรือบันทึกพรีเซ็ต แล้วตั้งชื่อ
    • เรียกใช้ภายหลังได้ การเปรียบเทียบเดิมจะกลับมาโดยไม่ต้องตั้งใหม่
    • เช็ก: มุมมองที่เซฟไว้จะไปโผล่ในพรีเซ็ตหรือมุมมอง

ข้อควรระวัง:

  • ถ้ายังไม่เปิดการเปรียบเทียบ กราฟอาจไม่แสดงเส้นเทียบข้างสำหรับหลายโปรไฟล์
  • ใช้ preset หรือความยาววันที่เดียวกันเวลาเทียบโปรไฟล์ จะได้ไม่เจอสัญญาณแนวโน้มที่ไม่ตรงกัน

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน

  1. ดูกราฟหลักก่อน

    • สังเกตแนวโน้ม engagement หรือ reach ที่ขึ้นหรือลงในโปรไฟล์ต่างๆ
    • ดูป้ายกำกับเพื่อจับคู่เส้นหรือแท่งกับโปรไฟล์
    • เช็ก: แนวโน้มชัดๆ จะมีลักษณะค่อยๆ เพิ่มขึ้นหรือลดลงต่อเนื่อง ไม่ใช่พุ่งสุ่ม
  2. ดูรายการท็อปโพสต์และภาพขนาดย่อ

    • เปิดแท็บ Posts หรือ Top content เพื่อดูว่าโพสต์ไหนทำให้ยอดพุ่ง
    • จดภาพขนาดย่อ, ชื่อ, หรือวันที่ของโพสต์ที่ตัวเลขโดด
    • เช็ก: โพสต์ยอดนิยมควรมีตัวเลข engagement/reach สูงกว่าค่าเฉลี่ย
  3. เปรียบเทียบสรุปผลระดับโปรไฟล์

    • ดูการ์ดสรุปหรือแถวในตาราง: ยอด engagement รวม, ค่าเฉลี่ยต่อโพสต์, reach
    • จัดอันดับโปรไฟล์ตามเมตริกที่คุณสนใจ จะรู้ว่าโปรไฟล์ไหนต้องจัดการ
    • เช็ก: โปรไฟล์อันดับสูงสุดควรมีค่ายอดรวมสูงกว่าสม่ำเสมอ
  4. หมายเหตุแนวโน้มและเลือกตัวที่ควรลงมือทำ

    • ปักหมุดโพสต์หรือโปรไฟล์ที่ engagement ตก หรือมีประสิทธิภาพโดดผิดปกติ
    • จดการตัดสินใจสักข้อที่จะทำ เช่น "เพิ่มโพสต์แบบ X" หรือ "ทดลองครีเอทีฟใหม่สำหรับโปรไฟล์ Y"
    • เช็ก: คุณส่งออกหรือเซฟมุมมองเพื่อแชร์ให้ทีมดูได้
  5. ตรวจสอบคร่าวๆ ว่าการตั้งค่าโอเค

    • หน้าจอแสดงการเปรียบเทียบแบบข้างกันสำหรับโปรไฟล์ที่เลือก
    • กราฟและตารางตรงกับช่วงวันที่และ preset ที่เลือก
    • มีสัญญาณชัดอย่างน้อยหนึ่งอย่าง: engagement ขึ้นหรือลง, ท็อปโพสต์พุ่ง, หรือ reach เปลี่ยนชัดเจน

เคล็ดลับแก้ปัญหา:

  • ถ้ากราฟว่างเปล่า ลองเช็กโปรไฟล์และช่วงวันที่ที่เลือกอีกที
  • ถ้าตัวเลขดูไม่ตรงกัน ให้ใช้ preset หรือความยาววันที่เดียวกันทุกโปรไฟล์
  • ถ้าตัวกรองซ่อนโพสต์ที่อยากเห็น ให้ล้างตัวกรองแล้วเปิดมุมมองใหม่

ขั้นตอนต่อไป:

  • ส่งออกหรือเซฟมุมมองไว้ให้ทีมตรวจสอบ
  • มอบหมายงานต่อสำหรับท็อปโพสต์และโปรไฟล์ที่ต้องทดสอบหรือเปลี่ยนครีเอทีฟ

การแก้ไขปัญหาและขั้นตอนต่อไป

ผลลัพธ์ที่ควรได้: กราฟเทียบข้าง, รายการท็อปโพสต์ของโปรไฟล์ที่เลือก, และสัญญาณชัดๆ ให้คุณลุยต่อ

เช็กด่วนก่อนแก้ปัญหา:

  • ตัวเลือกโปรไฟล์แสดงโปรไฟล์ที่คุณคาดหวังไหม
  • ช่วงวันที่หรือ preset ตรงกับที่คุณตั้งใจหรือเปล่า
  • ดูว่าตัวกรอง (ช่องทาง, แคมเปญ) ถูกเปิดหรือปิดไว้

หากโปรไฟล์ไม่แสดงข้อมูล

  1. เปิด Analytics และคลิกตัวเลือกโปรไฟล์ด้านบน
  2. มองหาโปรไฟล์ที่เป็นสีเทาหรือมีข้อความแจ้งว่า "No data" หรือกราฟเปล่า
  3. ถ้าโปรไฟล์ว่าง ให้เลือกช่วงวันที่อื่นที่มีกิจกรรมล่าสุด (เช่น 7 วันล่าสุดหรือ 30 วันล่าสุด)
  4. พอเปลี่ยนช่วงวันที่แล้ว ดูว่ากราฟสำหรับโปรไฟล์นั้นวาดใหม่ และมีอย่างน้อยหนึ่งแถวในตารางหรือรายการท็อปโพสต์ปรากฏขึ้น สิ่งที่ควรเกิดขึ้น: กราฟมีข้อมูลและรายการท็อปโพสต์แสดงผล ถ้ายังว่าง ตัวเลือกก็จะยังบอกว่าไม่มีข้อมูล

หากตัวเลขกระโดดหรือดูไม่สอดคล้องกันระหว่างโปรไฟล์

  1. ยืนยันว่าทุกโปรไฟล์ใช้ช่วงวันที่หรือ preset เดียวกัน เปิดตัวเลือกวันที่แล้วเลือก preset เดียว (เช่น 30 วันที่ผ่านมา) แทนที่จะใช้ช่วงกำหนดเองคนละแบบ
  2. เช็กว่าโหมดการแจกแจงเมตริก (ต่อโพสต์ กับ ต่อโปรไฟล์) เหมือนกันทุกโปรไฟล์ สลับการแจกแจงแล้วดูกราฟอัปเดต
  3. หากคุณต้องการเปรียบเทียบสองช่วงเวลาที่ต่างกัน ให้ใช้ตัวเลือกเปรียบเทียบของ Analytics (ถ้ามี) และเลือกประเภทช่วงเวลาให้ตรงกัน (preset กับ preset หรือกำหนดเองกับกำหนดเอง) สิ่งที่ควรเกิดขึ้น: ช่วงวันที่และโหมดเมตริกที่ตรงกันจะให้กราฟที่เทียบกันได้โดยตรง (แกน x เดียวกันและชื่อเมตริกสอดคล้องกัน)

หากกราฟแสดงรายละเอียดยุ่งหรือมีสัญญาณรบกวนเยอะเกิน

  1. ตรวจสอบตัวกรองหลักใกล้ด้านบนของมุมมอง Analytics (ช่องทาง, แคมเปญ, หรืออื่นๆ)
  2. ล้างตัวกรองเพื่อดูผลลัพธ์ทั้งหมด หรือใช้ตัวกรองเดียว (เช่น ช่องทางเดียว) เพื่อลดสัญญาณรบกวน
  3. ใช้ปุ่มสลับการแจกแจงเมตริกเพื่อดูระหว่างต่อโพสต์กับภาพรวม จะได้รู้ว่าสัญญาณรบกวนมาจากโพสต์ประสิทธิภาพต่ำจำนวนมากหรือไม่ สิ่งที่ควรเกิดขึ้น: การล้างหรือรัดตัวกรองจะเปลี่ยนความหนาแน่นของกราฟและอัปเดตรายการท็อปโพสต์ให้ตรงชุดที่กรองไว้

หากท็อปโพสต์หายไปหรือไม่ถูกต้อง

  1. ยืนยันว่าช่วงวันที่ที่เลือกครอบคลุมวันที่โพสต์ถูกเผยแพร่
  2. สลับมุมมองประสิทธิภาพเป็น Posts หรือ Top posts แล้วให้ตารางอัปเดต
  3. ถ้ารายการท็อปโพสต์ยังว่าง ให้เปลี่ยนเป็นช่วงวันที่ที่กว้างขึ้นและตรวจสอบตัวกรองใหม่ สิ่งที่ควรเกิดขึ้น: รายการท็อปโพสต์ควรแสดงรายการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเมตริกและช่วงที่เลือก

หากมุมมองที่บันทึกไว้หรือไฟล์ที่ส่งออกไม่ตรงกับหน้าจอ

  1. เปิดช่วงวันที่และตัวกรองอีกครั้งเพื่อยืนยันว่ายังเหมือนตอนที่คุณเซฟหรือส่งออก
  2. ใช้ปุ่มส่งออกหรือเซฟมุมมองในหน้าจอ Analytics เพื่อสร้างใหม่
  3. เปิดไฟล์ส่งออกหรือมุมมองที่บันทึกไว้ แล้วเช็กว่าโปรไฟล์, ช่วงวันที่, และตัวกรองเดียวกันปรากฏในส่วนหัว สิ่งที่ควรเกิดขึ้น: ส่วนหัวของการส่งออกควรแสดงรายการโปรไฟล์และช่วงวันที่ และข้อมูลที่ส่งออกควรตรงกับที่เห็นบนหน้าจอ

ขั้นตอนต่อไปหลังจากแก้ปัญหา

  1. เซฟมุมมองปัจจุบันไว้ถ้าคุณจะกลับมาใช้การเปรียบเทียบเดิมบ่อยๆ
  2. ส่งออกกราฟหรือตารางเพื่อรายงานหรือแนบกับงาน
  3. เลือกหนึ่งการตัดสินใจที่จะลงมือทำ (เช่น สนับสนุนโพสต์ที่ engagement กำลังพุ่ง หรือทบทวนธีมคอนเทนต์ในโปรไฟล์ที่ reach ตกลง)
  4. มอบหมายงานต่อให้เพื่อนร่วมทีมผ่าน workspace ของคุณ (แนบไฟล์ส่งออกหรือมุมมองที่เซฟไว้กับงาน หรือบันทึกในปฏิทิน)
  5. เรียกใช้การเปรียบเทียบอีกครั้งหลังจากลงมือเปลี่ยนแปลง แล้วใช้ช่วงวันที่และตัวกรองเดิมเพื่อวัดผลลัพธ์

สรุป

ใช้การตรวจสอบเหล่านี้เพื่อยืนยันว่า Analytics แสดงกราฟเทียบข้าง, ช่วงวันที่ตรงกัน, และรายการท็อปโพสต์ที่มีข้อมูลสำหรับโปรไฟล์ที่คุณเลือก หากมีปัญหา ให้ปรับ preset วันที่, ล้างหรือใช้ตัวกรอง, หรือสลับการแจกแจงเมตริก เมื่อผลลัพธ์ถูกต้องแล้ว ก็เซฟหรือส่งออกมุมมอง และมอบหมายงานต่อให้ชัดเจน ให้ทีมเดินหน้าตามแนวโน้มที่คุณค้นพบได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสั้นๆ

เปิด Analytics แล้วเลือกโปรไฟล์ที่ต้องการเทียบ จากนั้นเลือกเมตริกที่ตรงกัน (impressions, engagement rate, clicks) ใช้ช่วงวันที่หรือ preset เดียวกัน เช่น รายสัปดาห์หรือรายเดือน ปรับด้วยขนาดผู้ชม แล้วดูเส้นแนวโน้มและจุดที่พุ่ง สุดท้ายให้ความสำคัญกับช่องทางที่ engagement ดีขึ้นเพื่อปรับให้เหมาะสม

ใช้หลายช่วง: 7 วันสำหรับการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น, 28 วันสำหรับรูปแบบตามฤดูกาล, และ 90 วันสำหรับแนวโน้มระยะยาว ใช้มุมมองรายสัปดาห์หรือรายเดือนแบบ preset แล้วเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันตามลำดับ ใช้ช่วงเวลาฐานเป็นค่าพื้นฐานสำหรับการวัดประสิทธิภาพ จัดกรอบวันที่ให้ตรงกับช่วงแคมเปญ และมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงทิศทางที่ยั่งยืน

กรอง Analytics เพื่อดูแนวโน้ม โดยเลือกเมตริกสำคัญกับ preset จากนั้นจัดเรียงหรือแสดงภาพตามโปรไฟล์, ประเภทคอนเทนต์, หรือแคมเปญ ใช้การเปรียบเทียบและการปรับเส้นแนวโน้มให้เรียบเพื่อลดสัญญาณรบกวน ทำเครื่องหมายที่ด้อยประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วสร้างลิสต์งานสั้นๆ: ทดสอบครีเอทีฟ ปรับการกำหนดเป้าหมาย หรือย้ายงบประมาณไปยังโปรไฟล์ที่โตกว่า

ขั้นตอนถัดไป

เลิกประสานงานรอบงาน

ถ้าทีมใช้เวลามากเกินไปในการตามหาอนุมัติ สินทรัพย์ และรายละเอียดโพสต์ แทนที่จะสร้างโพสต์ที่ดีกว่า ปัญหาอาจไม่ใช่คน แต่เป็นเวิร์กโฟลว์ Mydrop รวมการวางแผน การตรวจทาน การตั้งเวลา และผลการทำงานไว้ในระบบที่สงบขึ้น

Mydrop Editorial Team

เกี่ยวกับผู้เขียน

Mydrop Editorial Team

Mydrop

ทีมบรรณาธิการ Mydrop เขียนไกด์ เปรียบเทียบ และเพลย์บุ๊กในบล็อกนี้ เราเขียนเรื่องการวางแผน โพสต์ การอนุมัติ ข้อมูลวิเคราะห์ และเวิร์กโฟลว์สำหรับหลายแบรนด์ โดยอิงจากการใช้งานจริงของทีมที่ใช้ Mydrop ทุกบทความถูกค้นคว้า แก้ไข และดูแลโดยทีมที่สร้างผลิตภัณฑ์นี้

ดูบทความทั้งหมดโดย Mydrop Editorial Team

การจัดการกว่า 14 แพลตฟอร์มเคยเป็นฝันร้ายตอนตีสอง จนเจอ Mydrop การแมปน้ำเสียงแบรนด์ด้วย AI แม่นจนตกใจ และพอร์ทัลอนุมัติของลูกค้าช่วยผมประหยัดเวลาได้ถึง 15 ชั่วโมงในสัปดาห์เดียว ระบบนี้เป็นเวิร์กสเปซที่ตั้งค่าแล้วลืมสำหรับเอเจนซีที่งานยุ่งจริงๆ
ฟีเจอร์ออโตเมชันตั้งแต่การตั้งเวลาไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ช่วยผมประหยัดเวลามากกว่า 20 ชั่วโมงในสองสามสัปดาห์แรก เปลี่ยนเกมสำหรับทุกขนาดธุรกิจ
Finally tried Mydrop on a test client and the white-label portal on a custom domain actually looks legit, no Mydrop branding sneaking in. The OAuth setup saved me from the usual “what's my password” back-and-forth.
Mydrop เปลี่ยนงานชีวิตจริง ออโตเมชันเวิร์กโฟลว์คอนเทนต์ การตั้งเวลาเนียนมาก ใช้ง่ายจริง และช่วยผมประหยัดเวลาเกิน 10 ชั่วโมงในสัปดาห์แรก เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับงานโซเชียลของผม
AI ของ Mydrop เป็นตัวเปลี่ยนเกม ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรง ทำตามที่สัญญาไว้ ใช้ง่าย ยืดหยุ่น และทีมพัฒนาพร้อมฟังความคิดเห็น ดีใจที่เจอ!
ผมหาเครื่องมือหลายตัวมาลองเพราะสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ หลังเทียบทั้งหมด Mydrop คือคำตอบที่ชัดเจน
แอปนี้ช่วยผมได้มากกว่าเครื่องมือที่เคยใช้ ผมรวมทุกเพจและบัญชีไว้ แล้วลากวางตามต้องการ Mydrop เป็นทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจผม
ผมหาเครื่องมือจัดตารางเพราะลูกค้าเริ่มใช้แพลตฟอร์มเพิ่ม Mydrop ทำงานได้ดีมาก ออโตเมชันและฟอร์มมีประโยชน์จริงๆ ช่วยผมประหยัดเวลาเยอะ แนะนำเลย!
Love that you baked in white-label portals from day one, that's a huge pain point for agencies.
ชอบแพลตฟอร์มนี้สำหรับการตั้งเวลาโพสต์ ใช้ง่ายและอินทูอิทีฟมาก แนะนำอย่างยิ่ง!
เครื่องมือใช้ง่าย ช่วยประหยัดเวลาเยอะ เป็นมิตรกับผู้ใช้ ผมใช้มาเป็นเดือนแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์มาก
แอปที่มีประโยชน์ถ้าคุณอยากทำให้การสร้างคอนเทนต์มีระบบมากขึ้น
การจัดการกว่า 14 แพลตฟอร์มเคยเป็นฝันร้ายตอนตีสอง จนเจอ Mydrop การแมปน้ำเสียงแบรนด์ด้วย AI แม่นจนตกใจ และพอร์ทัลอนุมัติของลูกค้าช่วยผมประหยัดเวลาได้ถึง 15 ชั่วโมงในสัปดาห์เดียว ระบบนี้เป็นเวิร์กสเปซที่ตั้งค่าแล้วลืมสำหรับเอเจนซีที่งานยุ่งจริงๆ
ฟีเจอร์ออโตเมชันตั้งแต่การตั้งเวลาไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ช่วยผมประหยัดเวลามากกว่า 20 ชั่วโมงในสองสามสัปดาห์แรก เปลี่ยนเกมสำหรับทุกขนาดธุรกิจ
Finally tried Mydrop on a test client and the white-label portal on a custom domain actually looks legit, no Mydrop branding sneaking in. The OAuth setup saved me from the usual “what's my password” back-and-forth.
Mydrop เปลี่ยนงานชีวิตจริง ออโตเมชันเวิร์กโฟลว์คอนเทนต์ การตั้งเวลาเนียนมาก ใช้ง่ายจริง และช่วยผมประหยัดเวลาเกิน 10 ชั่วโมงในสัปดาห์แรก เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับงานโซเชียลของผม
AI ของ Mydrop เป็นตัวเปลี่ยนเกม ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรง ทำตามที่สัญญาไว้ ใช้ง่าย ยืดหยุ่น และทีมพัฒนาพร้อมฟังความคิดเห็น ดีใจที่เจอ!
ผมหาเครื่องมือหลายตัวมาลองเพราะสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ หลังเทียบทั้งหมด Mydrop คือคำตอบที่ชัดเจน
แอปนี้ช่วยผมได้มากกว่าเครื่องมือที่เคยใช้ ผมรวมทุกเพจและบัญชีไว้ แล้วลากวางตามต้องการ Mydrop เป็นทรัพย์สินสำคัญของธุรกิจผม
ผมหาเครื่องมือจัดตารางเพราะลูกค้าเริ่มใช้แพลตฟอร์มเพิ่ม Mydrop ทำงานได้ดีมาก ออโตเมชันและฟอร์มมีประโยชน์จริงๆ ช่วยผมประหยัดเวลาเยอะ แนะนำเลย!
Love that you baked in white-label portals from day one, that's a huge pain point for agencies.
ชอบแพลตฟอร์มนี้สำหรับการตั้งเวลาโพสต์ ใช้ง่ายและอินทูอิทีฟมาก แนะนำอย่างยิ่ง!
เครื่องมือใช้ง่าย ช่วยประหยัดเวลาเยอะ เป็นมิตรกับผู้ใช้ ผมใช้มาเป็นเดือนแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์มาก
แอปที่มีประโยชน์ถ้าคุณอยากทำให้การสร้างคอนเทนต์มีระบบมากขึ้น
ผู้จัดการโซเชียลมีเดียยิ้มผู้จัดการโซเชียลมีเดียยิ้มผู้จัดการโซเชียลมีเดียยิ้มผู้จัดการโซเชียลมีเดียยิ้มผู้จัดการโซเชียลมีเดียยิ้มผู้จัดการโซเชียลมีเดียยิ้ม

4.8/5 · บน Trustpilot & Google